พายุหิมะพัดมาเที่ยวเมือง Dresden

บทความ | ภาพ :: สุคนธ์ ปันอิน (เสี้ยวขาวฯ)
ในสมัยที่ผมเป็นนักเรียนนั้น เกือบทุกๆ วันหยุดยาวหรือช่วงปิดเทอม ผมชอบ Backpack ไปเที่ยวในสถานที่ต่างๆ ที่อยากไป ซึ่งเวลาไปก็ชอบไปคนเดียวตามประสาคนชอบท่องเที่ยว ครั้งนี้ก็เหมือนกันผมนึกอยู่นานว่าจะไปเที่ยวที่ไหนดีในช่วงปิดเทอมฤดูหนาว หาข้อมูลอยู่นานสุดท้ายตัดสินใจเลือกเดินทางไปที่ประเทศเยอรมันผมออกเดินทาง จากกรุงปารีส โดยนั่งเครื่องบินซึ่งใช้เวลาไม่นานนักก็ถึงจุดหมายปลายทางที่สนามบิน กรุงเบอร์ลิน ถึงสนามบินพอถึง ตม. ก็มีเหตุระทึกใจเกิดขึ้นกับผม เมื่อพนักงานตรวจ คนเข้าเมืองบอกว่าผมเข้าเมืองไม่ได้เพราะมีปัญหาเรื่องวีซ่า และหาว่าผมเข้าเมืองแบบผิดกฎหมาย จากนั้นตำรวจเรียกตัวผมไปสอบสวนในห้องสอบสวน ผมตกใจมากทั้งงงทำอะไรไม่ถูก ยิ่งมองไปรอบๆ ห้องสอบสวนมีรูปผู้ก่อการร้าย รูปผู้ต้องหาที่เขียนไต้ภาพว่า Wanted ผมยิ่งกลัว แต่ผมก็รีบตั้งสติเริ่มคุยกับตำรวจถึงปัญหาที่เกิดขึ้น ปัญหาก็คือในช่วงที่
ผมไปเที่ยวตรงกับช่วงที่ผมต่อวีซ่านักเรียนอยู่แต่ระหว่างรอใบจริงทางการ ฝรั่งเศสเขาจะออกไปรับรองที่ใช้แทนใบจริงไปก่อนได้ซึ่งสามารถเข้าประเทศไหน ก็ได้ในยุโรปที่เป็นประเทศ เชงเก้น แต่อธิบายยังไงเขาก็บอกว่าไม่ได้จนผมต้องโทรไปที่ฝรั่งเศสในเมืองที่ผมทำ วีซ่าให้พนักงานเขาคุยกับตำรวจที่เยอรมันให้แทน จนในที่สุดตำรวจบอกว่าให้เข้าเมืองได้ ซึ่งด้วยเหตุนี้ผมเสียเวลา ไปเกือบสองชั่วโมงที่สนามบิน…ก็ถือว่าเป็นประสบการณ์ชีวิตพอตำรวจปล่อยตัว เสร็จ ผมรีบนั่งรถบัสเข้าไปในตัวเมืองทันทีและรีบหาโรงแรมที่จองไว้เนื่องจากมา เที่ยวที่นี่เป็นครั้งแรกกว่าจะหาโรงแรมเจอผมนั่งรถไฟไต้ดินผิดไปหลายสายเลย
ถือว่าเป็นวันที่ไม่ใช่วันของผมจริงๆ เพราะกว่าจะเข้าห้องพักได้ก็ปาไปสองทุ่มสรุปวันแรกไม่ได้เที่ยวที่ไหน พอวันรุ่งขึ้นผมเลยเปลี่ยนตารางเที่ยวออกนอกเส้นทางโดยมีจุดหมายปลายทางอยู่ ทีเมือง Dresden ผมเดินทางจากกรุงเบอร์ลินด้วยรถไฟ โดยใช้เวลาสอง ชม.กว่า พอมาถึงหิมะเริ่มตกมากขึ้น ผมไม่รอเสียเวลารีบเดินเข้าในเมืองและเก็บรูปภาพตามสถานที่ต่างๆ

iTravel 2015

เมือง เดรสเดน (Dresden) เป็นเมืองเก่าที่อยู่ทางตอนใต้ของกรุงเบอร์ลินและอยู่ติดชายแดนประเทศสาธารณ รัฐเชค ตั้งอยู่บนแม่น้ำ Elbe เป็นเมืองใหญ่เป็นอันดับสี่ของประเทศ ซึ่งมีประชากรอาศัยอยู่ประมาณห้าแสนกว่าคน ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เมืองทั้งเมืองได้พังทลายจากการทิ้งระเบิดโดยฝ่ายพันธมิตรเกือราบคาบ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 1945 ประชากรมากกว่าสามหมื่นคนเสียชีวิตจากเหตุการณ์ในครั้งนั้น เมืองเดรสเดนอดีตเป็นเมืองที่มีความงดงามมาก ปัจจุบันได้มีการบูรณะเมืองและซ่อมแซมสถานที่ท่องเที่ยวขึ้นมาใหม่ จัดเป็นเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญอีกเมืองหนึ่งของเยอรมันนี

สถาน ที่ท่องเที่ยวสำคัญได้แก่ โบสถ์ Frauenkirche ซึ่งกลายเป็นสัญญลักษณ์ของเมือง Dresden โบสถ์นี้เคยถูกทำลายเกือบหมดสิ้น จากสงครามโลกครั้งที่สองเมื่อวันที่ 13 กุมภาพัน 1945 และได้มีการบูรณะขึ้นเมื่อ ค.ศ.1994 โบสถ์ Frauenkirche ถือว่าเป็นโบสถ์ที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของเยอรมันก็ว่าได้ ไกล้กันก็จะมีโบสถ์ Kreuzkirche ถือว่าเป็นสถานเที่ยวที่สำคัญของเมืองนี้และตั้งอยู่ที่จตุรัส Altmarkt เดินไปอีกไม่ไกลเท่าไหร่ก็จะมาตรงที่ The Fürstenzug (Procession of Princes)เป็นกำแพงที่มีความยาวถึง 101 เมตร สูง 10.46 เมตร ถือได้ว่าเป็นกำแพง ที่ได้รับการประดับประดาด้วยกระเบื้องที่ยาวที่สุดในโลก ในภาพบรรยายถึงขบวนเสด็จของเจ้าแห่งแซกโซนี (Saxony) ตั้งแต่ศตวรรษที่ 12 จนองค์สุดท้ายในศตวรรษที่ 20 รวมไปถึงผู้สืบทอดราชวงศ์ของวงศ์ Wettins มีความงดงามมาก เพราะใช้กระเบื้องจากโรงงานเดิม ครั้งแรกทำเป็น ภาพเขียนสีเมื่อปี ค.ศ. 1872 หลังจากที่แซกโซนีสูญเสียอำนาจให้ แบรนเดนเบิร์ก–ปรัสเซีย (Brandenburg-Prussia) สภาพอากาศที่เย็นชื้น ทำให้เสียหายและไม่งดงาม จึงได้ใช้กระเบื้องเคลือบพอร์ชเลนกว่า 25,000 ชิ้น แล้วนำขึ้นไปปิดไว้แทนในปี ค.ศ. 1907 แม้ว่าแรงระเบิด
จะทำให้กระเบื้องบางชิ้นหลุดหล่นไปบ้างก็ตาม แต่ความร้อนจากเปลวเพลิง ก็ไม่สามารถทำลายความเสียหายของภาพไปได้ ยังคงความงดงามอยู่ถึงปัจจุบัน…
ผมออกเดินทางถ่ายรูปไปเรื่อยๆหนาวก็หนาว หิมะตกไม่ยอมหยุดทั้งวัน แต่ด้วยความที่มีเวลาเที่ยวที่จำกัดเลยลุยหิมะออกไปตามจุดต่างๆ มีอยู่ที่นึงที่เป็นเนินเขา ผมเดินขึ้นไปเรื่อยๆ เพื่อขึ้นไปถ่ายรูปยิ่งขึ้นไปยิ่งไม่เจอผู้คน (ก็แน่นอนอยู่แล้วคนส่วนมากเขาอยู่ที่บ้านกัน ไม่บ้าออกมาตากหิมะเหมือนผม) พอถึงบนเนินไม่มีใครสักคนนอกจากรูปปั้นหิมะที่เขาปั้นไว้และตุ๊กตาหมีสีแดง ที่ถูกทิ้งไว้อย่างน่าสงส่ารท่ามกลางหิมะและลมหนาวที่พัดโชยอยู่ตลอดเวลา พอเดินถ่ายรูปบนเนินเขาเสร็จผมรีปลงไป
ในเมืองเพราะอากาศยิ่งหนาวจับใจ ผมต้องหาอะไรอุ่นๆทานเพื่อเพิ่มความอบอุ่นในร่างกาย พอถึงในเมืองผมรีบเข้าไปร้านอาหารเล็กๆ ร้านนึงจึงรีบสั่งชอคโกแลตร้อนๆกับขนมปังพอทานให้หายหิว… ผมนั่งรอจนไกล้ค่ำเพื่อเก็บรูปตอนกลางคืน จากนั้นเดินเก็บรูปในเมืองเก่าท่ามกลางหิมะที่ไม่มีท่าทีที่จะหยุดตก พอเก็บภาพเสร็จผมรีบเข้าโรงแรมทันทีเพราะวันรุ่งขึ้นต้องออกเดินทางแต่เช้า ไปอีกเมืองนึงการเที่ยวเมือง Dresden ในครั้งนี้สำหรับผมถือว่าเที่ยวแบบชะโงกทัวร์ก็ว่าได้เพราะผมยังใช้เวลาใน การชมเมืองไม่มากพอ แถมยังตรงกับช่วงหิมะตก ตอนนี้ยังคิดในใจว่าถ้ามีโอกาสกลับไปอีกผมจะใช้เวลาเที่ยวให้มากกว่านี้และ แน่นอนจะไม่ไปช่วงฤดูหนาว!สำหรับทริปนี้ขอพาเที่ยวแบบชะโงกทัวร์ไว้แค่นี้นะ ครับแล้วพบกันฉบับหน้าคร้าบบบบ…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *