อ่าวพังงา หลงเสน่ห์เกาะตะปู

บทความ | ภาพ :: สุคนธ์ ปันอิน (เสี้ยวขาวฯ)

สวัสดีครับ ตอนนี้ที่ยุโรปหลายคนอยู่ในช่วง Holiday ผมคนนึงที่ลางานใช้วันหยุดพักผ่อนทุกๆ ฤดูร้อน ปีนี้ผมกลับมาพักผ่อนที่เมืองไทย
โดยใช้วันหยุดไปกับการท่องเที่ยว ครั้งนี้ผมมีจุดหมายปลายทางที่ ภูเก็ต ผมนั่งเครื่องจากปารีสมาลงที่สนามบินสวรรณภูมิ แต่ก่อนที่จะมา
เมืองไทยผมได้จองรถไว้ที่บริษัทให้เช่ารถรายหนึ่งซึ่งถือว่าเป็นบริษัทที่มีหลายสาขาทั่วโลกและได้ชำระเงินเรียบร้อย

ถึง สนามบินสุวรรณภูมิ ผมเตรียมพร้อมไปเอารถ ปรากฏว่ารถที่จองไว้ ทางบริษัทไม่มีให้และเสนอรถคันอื่นให้ โดยรถคันนั้นมีจำนวนที่นั่งไม่พอ
แถมแนะนำผมว่าให้นังเบียดๆ กันไปในรถ ผมไม่พอใจและโวยวายอยู่นาน สุดท้ายเลยขอให้ทางบริษัทคืนเงินให้เพราะผมไม่ได้รถตามที่ต้องการ โดยต้องรอระบบเคลียร์เงินนานถึง 3 อาทิตย์ สำหรับผมมันนานมาก เพราะจะเอาเงินค่าเช่ารถเพื่อไปซื้อตั๋วเครื่องบินแทน ขณะที่ผมรอคำตอบจาก
ทางบริษัท มีนักท่องเที่ยวรายอื่นๆ อีก 3-4 คนที่ประสบปัญหาเหมือนกันคือจองรถไว้แล้วแต่พอจะเอารถ กลับไม่มีรถไว้บริการหรือมีรถที่ไม่ตรงกับ
ที่จองไว้สุดท้ายผมเลยขอคุยกับ ผู้จัดการสาขาทางโทรศัพท์และผมแกล้งขู่จะฟ้อง เขาเลยให้ผมหยุดโวยวายและให้ผมไปคุยที่สำนักงาน จนในที่สุด3 ชม.ผ่านไปผมถึงได้รถที่ตรงกับที่จองไว้ ผมคิดในใจว่าถ้าผมไม่โวยวายให้ถึงที่สุดผมคงไม่ได้รถที่จองไว้ นี่ขนาดแค่ไม่กี่ ชม.มีนักท่องเที่ยว
หลายรายที่จองรถแล้วไม่ได้ และลองนับที่ยังไม่เห็นอีกเท่าไหร่ สำหรับผมถือว่าการบริการที่ไม่เป็นมืออาชีพทำให้ประเทศไทยเสียภาพลักษณ์
ด้านการบริการในสายตาของชาวต่างชาติ สำหรับผมที่เป็นคนไทยเองก็ยังเสียความรู้สึกมากเหมือนกัน

เอา หล่ะ ทิ้งความรู้สึกที่ไม่ได้ไว้ตรงนั้น ตอนนี้เราไปเที่ยวกันดีกว่าพอได้รถเสร็จก็ขับมุ่งหน้าจากสนามบินสุวรรณภูมิ สู่ภูเก็ต โดยใช้เส้นทาง
ผ่าน เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และแวะนอนค้างคืนที่หัวหินหนึ่งคืน แวะทานข้าว ระหว่างที่รออาหารผมสั่งต้องการดื่มเบียร์เย็นๆ ให้ชื่นใจ เรียก
พนักงานเพื่อจะสั่งเบียร์ แต่ก็ต้องคอตกเพราะทางร้านแจ้งให้ทราบว่าตอนนี้เป็นช่วงเข้าพรรษา รัฐบาลให้ช่วยรณรงค์โดยการไม่ขายเครื่องดื่ม
มึนเมา ผมคิดในใจว่ากฎหมายบ้านเราเริ่มปรับเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นกว่าสมัยก่อนเยอะเลย

วัน รุ่งขึ้นผมรีบเดินทางต่อผ่าน ชุมพร สุราษธานี ผ่านพังงา และสุดท้ายก็ถึงภูเก็ต ระหว่างขับรถไปสายใต้เส้นทางระหว่างทางสวยงามจริงๆ ครับ พอมาถึงรีบเข้าที่พักซึ่งผมพักที่หาดกะตะ วันรุ่งขึ้นนอนพักผ่อนและเล่นน้ำทะเลหน้าหาด จากนั้นวันถัดไปเลยให้เพื่อนพาไปเที่ยวที่ อ่าวพังงา พวกผมขับรถไปที่ท่าเรือ สระกุลจากนั้นนั่งเรือหางยาวชมธรรมชาติที่สวยงามไม่มีวันลืม คนขับเรือหางยาวจะขับไปเรื่อยๆสามารถหยุดถ่ายรูปได้ตามต้องการ ระหว่างทางก็จะเห็นชาวประมงกำลังตกปลา สองฝั่งระหว่างนั่งเรือไปจะมีเกาะเรียงรายกันในทะเล มองดูเป็นภูเขา เดินทางมาสักพักเรือก็พาเรามาที่ เขาตะปูพอขึ้นฝั่งจะมีค่าบำรุงเกาะด้วยนะครับ ประมาณร้อยกว่าบาท เกาะตะปูหรือเขาตะปู ตั้งอยู่ที่อุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา เกาะตะปูมีลักษณะเป็นเกาะเดี่ยว รูปร่างคล้ายตะปู ด้วยเหตุนี้เองจึงได้ชื่อว่าเกาะตะปู ซึ่งตั้งเด่นโดดเดียวเป็นที่สะดุดดา เนื่องด้วยเกาะตะปูเป็นสถานที่ ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงจนมีภาพยนตร์ฮอลลีวูดมาถ่ายทำที่เกาะแห่งนี้ด้วย อย่างเช่นเรื่อง เจมส์บอนด์ ตอน The Man with the Golden Gun ก็มาถ่ายทำที่นี่จนทำให้เกาะตะปูได้รับขนานนามอีกชื่อหนึ่งว่า James Bond Island อย่างไรก็ตามการชมเกาะตะปูต้องชมในระยะไกลเพราะไม่สามารถขึ้นไปบนเกาะได้ แต่สำหรับผมแค่ได้ยืนถ่ายรูปหน้าเกาะโดยมีเกาะตะปูเป็นฉากหลังกับท้องฟ้าสี ฟ้าแค่นี้ก็มีความสุขแล้วครับ เมื่อถึงหน้าเกาะจะมีร้านขายเครื่องดื่มและร้านขายของที่ระลึก ด้านขวามือก็จะมีเขาพิงกันให้ชมและถ่ายรูปเป็นที่ระลึก เกาะเขาพิงกันมีลักษณะเป็นเขาเล็กๆซึ่งอยู่ไม่ไกลจากเกาะตะปูมีลักษณะเป็น ภูเขาสองลูกที่แนบยึดติดกัน เป็นแนวส้นตรงจากยอดเขาสู่ตีนเขา ผู้คนเชื่อกันว่าเขาลูกนี้เป็นเขาลูกเดียวกันแต่ถูกฟ้าผ่าหรือไม่ก็เกิด ปรากฏการธรรมชาติอย่างไดอย่างหนึ่ง ที่ทำให้แยกเขาออกจากกันเป็นสองลูกที่มีลักษณนอนพิงกัน ข้างๆเขาพิงกันก็จะมีจุดชมวิวทาง
ทะเลมองดูเกาะเรียงรายกันสวยงามและมีเรือประมง เรือท่องเที่ยวแล่นผ่านไปมาอย่างไม่ขาดสาย สำหรับคนที่อยากมาเที่ยวเกาะตะปูกับเกาะพิงกันผมแนะนำให้ซื้อน้ำและเครื่อง ดื่มหรือไม่ก็ของขบเคี้ยวมาจากข้างนอกเพราะในเกาะจะแพงมากครับ

iTravel 2015
iTravel 2015

พอ เดินชมเกาะพิงกันกับเกาะตะปูเสร็จรีบออกเดินทางต่อไปที่เกาะปันหยี ก่อนจะถึงเกาะปันหยีระหว่างทางก็มีเกาะเล็กๆให้ชมไปเพลินๆ สักพักคนขับเรือก็พาพวกผมลอดถ้ำซึ่งตั้งอยู่ระหว่างทางก่อนจะถึงเกาะปันหยี ระหว่างลอดถ้ำก็มีนักท่องเที่ยวพาย Kayak กันอย่างสนุกสนาน พอลอดถ้ำเสร็จ เรือก็จะแล่นผ่านแถบช่องแคบเล็กที่สามารถเล่นน้ำได้ผมเลยบอกคนขับเรือให้จอด ให้ผมเล่นน้ำ ผมรีบโดดลงเล่นน้ำอย่างสนุกแต่ไม่มีใครเล่นน้ำทะเลนอกจากผมคนเดียว ผมบอกกับตัวเองมาทั้งทีต้องเอาให้คุ้มอุตส่าห์มาพักผ่อนตั้งไกล ถึงไหนถึงกัน…พอเล่นน้ำเสร็จเรือก็พามุ่งหน้าไปที่เกาะปันหยี

เกาะ ปันหยีเป็นเกาะเล็กๆมีบ้านเรือนประมาณ 300 หลังคาเรือน ประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลามด้วยเหตุนี้เองเวลานั่งเรือ ใกล้ถึงเกาะจะเห็นมัสยิดตั้งสูงตระหง่านอยู่ติดกับเกาะ หมู่บ้านปันหยี ถ้าน้ำคิดเราจะคิดว่าเป็นหมู่บ้านลอยน้ำแต่ที่จริงแล้วพื้นที่ส่วนหนึ่งตั้ง อยู่บนเสาที่ปักในเลนมาตั้งแต่อดีต ในหมู่บ้านก็จะมีร้านค้า โรงเรียน เหมือนหมู่บ้านทั่วไปและยังมีสนามฟุตบอลให้ชาวบ้านมาเล่นฟุตบอลกันอีกด้วย นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ก็จะแวะมาทานข้าวที่เกาะนี้กัน สำหรับนักดื่มถ้าอยากดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ บนเกาะนี้ไม่มีจำหน่ายนะครับ แต่ผมแนะนำให้ดื่มด่ำบรรยากาศในเกาะแทนครับรับรองอร่อยกว่าเยอะเลย…สำหรับ ใครที่อยากสัมผัสชีวิตของชาวบ้านที่นี่แนะนำให้นอนพักสักคืนรับรองไม่ผิด หวัง แต่เนื่องด้วยผมมีเวลาจำกัดเลยใช้ One Day Trip สำหรับผมแค่นี้ก็ลืมไม่ลงแล้วครับ

พอชมเกาะเสร็จเรือพาไปส่งขึ้นฝั่ง จากนั้นเพื่อนที่มาด้วยพาไปเก็บผลไม้ที่สวน มีทั้ง เงาะทุเรียนและมังคุด กินกันในสวนกันท้องแน่นกัน แต่ที่แน่ๆ ก็บริจาคเลือดให้ยุงกันไปหลายหยดกันเลยทีเดียว พอเก็บผลไม้เสร็จก็ขับรถกลับที่พักที่หาดกะตะและทานอาหารหน้าหาดมีให้เลือก กันหลายเมนูราคาไม่แพงแถมอร่อยถูกปากสำหรับคนชอบกินชอบชิมอย่างผม จนไม่คิดไปทานร้านอื่น ทานข้าวเสร็จก็นวดแผนโบราณให้หายเมื่อย จากนั้นก็ปาร์ตี้เฮฮากับเพื่อนๆ จนไม่คิดอยากกลับไปฝรั่งเศสอีกเลยแต่อย่างว่า ไม่มีงานเลี้ยงไหนไม่มีวันเลิกรา สุดท้ายต้องยอมทำใจวันรุ่งขึ้นเก็บ
ข้าวของแพคกระเป๋าเดินทางท่องเที่ยวที่อื่นต่อ จะเป็นที่ไหนนั้นเอาไว้เฉลยในฉบับหน้านะครับ สำหรับทริปนี้เอาไว้แค่นี้ก่อนนะครับตอนนี้เพื่อนๆ กำลังฉุดลากผมไปเที่ยวตามประสาคนไม่ได้เจอกันมาเกือบสิบปี เขียนต่อไม่ได้แล้ว ผมไปเที่ยวก่อนนะคร้าบบบบบ…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *